ตั้งราคา
ตั้งราคาเช่ารถยังไงให้ได้กำไร — สูตรคิดราคาต่อวัน
18 มิถุนายน 2569 · อ่าน ~6 นาที
ตั้งราคาเช่ารถต่ำไปก็ขาดทุนเงียบ สูงไปก็ไม่มีคนเช่า บทความนี้สรุปวิธีคิด ราคาต่อวันจากต้นทุนจริง พร้อมเทคนิคทำราคาให้แข่งขันได้และยังมีกำไร
เริ่มจากต้นทุนต่อวัน ไม่ใช่เดาจากคู่แข่ง
ก่อนดูราคาคนอื่น ให้รู้ต้นทุนของรถแต่ละคันก่อน รวมทุกอย่างที่จ่ายจริงต่อเดือน แล้วหารด้วยจำนวนวันที่คาดว่าจะปล่อยเช่าได้ (ไม่ใช่ 30 วันเต็ม):
- ค่าผ่อน/ค่าเสื่อมของรถ
- ประกันภัย + พ.ร.บ. + ภาษี
- ค่าบำรุงรักษา ยาง และล้างทำความสะอาด
- ต้นทุนช่วงรถว่าง (วันที่ไม่มีคนเช่าก็ยังมีค่าใช้จ่าย)
สมมติต้นทุนรวมต่อเดือน 12,000 บาท และคาดว่าปล่อยเช่าได้ 20 วัน/เดือน ต้นทุนต่อวันคือ 600 บาท นี่คือราคาขั้นต่ำที่ห้ามต่ำกว่า — ราคาขายจริงต้องบวกกำไรขึ้นไปอีก
บวกกำไรและเทียบตลาด
เมื่อรู้ต้นทุนต่อวันแล้ว บวกกำไรที่ต้องการ (เช่น 40-60%) แล้วเทียบกับ ราคาคู่แข่งในพื้นที่ ถ้าราคาที่คำนวณได้สูงกว่าตลาดมาก อาจต้องลดต้นทุน (เลือกรถที่คุ้มกว่า) หรือเพิ่มอัตราการปล่อยเช่าแทนการดั๊มราคา
ทำราคาขั้นบันได จูงใจให้เช่ายาว
ลูกค้าเช่ายาว= งานน้อยลงและรถว่างน้อยลง ตั้งราคาแบบยิ่งเช่านาน ยิ่งถูกต่อวัน เช่น 1-2 วันราคาเต็ม, 3-6 วันลด 10%, 7 วันขึ้นไปลด 20% ช่วยเพิ่มจำนวนวันเช่าเฉลี่ยต่อการจองหนึ่งครั้ง
ปรับตามฤดูกาลและดีมานด์
ช่วงวันหยุดยาว เทศกาล หรือไฮซีซั่นท่องเที่ยว ดีมานด์สูง ปรับราคาขึ้นได้ ส่วนช่วงโลว์ซีซั่นอาจทำโปรโมชั่นเพื่อให้รถไม่จอดเฉย การปรับราคาตามช่วงเวลา ทำด้วยมือใน Excel จะยุ่ง — ระบบเช่ารถที่ตั้งราคาตามฤดูกาลได้จะช่วยให้ปรับทีเดียวมีผลทุกคัน
อย่าลืมคิดค่าใช้จ่ายแฝง
ค่าส่ง-รับรถนอกสถานที่ ค่าเกินกิโล ค่าทำความสะอาดกรณีรถสกปรกมาก — ตั้งเป็นค่าบริการเสริมแยก จะได้ไม่กินกำไรจากราคาเช่าหลัก
คำถามที่พบบ่อย
- คิดราคาเช่ารถต่อวันยังไง?
- เริ่มจากต้นทุนจริงต่อเดือนของรถแต่ละคัน (ค่าผ่อน/ค่าเสื่อม ประกัน บำรุงรักษา) หารด้วยจำนวนวันที่คาดว่าจะปล่อยเช่าได้จริง ไม่ใช่ 30 วันเต็ม จะได้ต้นทุนต่อวัน แล้วบวกกำไรที่ต้องการขึ้นไป
- ราคาเช่ารถขั้นต่ำควรเป็นเท่าไหร่?
- ราคาขั้นต่ำคือต้นทุนต่อวันที่ห้ามขายต่ำกว่า เช่น ถ้าต้นทุนรวมต่อเดือน 12,000 บาทและปล่อยเช่าได้ 20 วัน ต้นทุนต่อวันคือ 600 บาท ราคาขายจริงต้องบวกกำไรขึ้นไปอีก ไม่ควรขายเท่าหรือต่ำกว่าต้นทุน
- ควรตั้งราคาเช่ารถตามคู่แข่งไหม?
- ใช้ราคาคู่แข่งเป็นตัวเทียบ แต่อย่าตั้งราคาจากคู่แข่งล้วนๆ ให้รู้ต้นทุนตัวเองก่อน ถ้าราคาที่คำนวณได้สูงกว่าตลาดมาก ควรลดต้นทุน (เลือกรถที่คุ้มกว่า) หรือเพิ่มอัตราการปล่อยเช่า แทนการดั๊มราคาจนขาดทุน
- ทำไมต้องทำราคาแบบขั้นบันได?
- ราคาขั้นบันได (เช่ายิ่งนานยิ่งถูกต่อวัน) จูงใจให้ลูกค้าเช่ายาวขึ้น ซึ่งหมายถึงงานน้อยลงและรถว่างน้อยลง เช่น 1-2 วันราคาเต็ม, 3-6 วันลด 10%, 7 วันขึ้นไปลด 20% ช่วยเพิ่มจำนวนวันเช่าเฉลี่ยต่อการจอง
- ปรับราคาเช่ารถตามฤดูกาลอย่างไร?
- ช่วงวันหยุดยาว เทศกาล หรือไฮซีซั่นที่ดีมานด์สูง ปรับราคาขึ้นได้ ส่วนโลว์ซีซั่นทำโปรโมชั่นเพื่อไม่ให้รถจอดเฉย การปรับด้วยมือใน Excel จะยุ่ง ระบบที่ตั้งราคาตามฤดูกาลได้ช่วยให้ปรับทีเดียวมีผลทุกคัน
เมื่อตั้งราคาได้แล้ว ขั้นต่อไปคือทำให้ลูกค้าเห็นราคาและจองได้ง่าย — ดูว่า ระบบจัดการร้านเช่ารถ ช่วยโชว์ราคาตามจำนวนวันและรับจองออนไลน์ได้อย่างไร หรือเทียบ แพ็กเกจ ก่อนเริ่มทดลองฟรี
อยากเลิกจดมือ มาลองระบบเช่ารถออนไลน์
Chaorod รวมปฏิทินจอง มัดจำ LINE และสัญญาไว้ที่เดียว — ทดลองฟรี 14 วัน